การกำหนดโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

             ตามที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคําพิพากษายกฟ้อง ในคดีที่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ และพวกรวม 4 คน กล่าวหาว่าการกำหนดโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 นั้น

             ศาลปกครองสูงสุด ได้ให้เหตุผลในการพิจารณาถึงอำนาจหน้าที่ของ กบง. ว่ามีอำนาจตามกฎหมายในการกำหนดโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งช่วยสนับสนุนการแข่งขันอย่างเสรี และเป็นธรรมในธุรกิจพลังงาน โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้

                          1. กฎหมายให้ กบง. มีอํานาจกําหนดหลักเกณฑ์การคํานวณราคา กําหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง กําหนดราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น และคํานวณราคาขายปลีก

                          2. กบง. มีมติให้กําหนดหลักเกณฑ์การคํานวณราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นตามมาตรฐานยูโร 4 สําหรับน้ำมันเบนซิน และดีเซล โดยใช้หลักการเสมอภาคกับการนําเข้า (Import Parity Basis) และใช้ตลาดประเทศสิงคโปร์ เป็นราคาอ้างอิงการกําหนดราคาน้ำมันสําเร็จรูป สามารถทำได้ตามที่กฎหมายให้อำนาจ

                          3. การกําหนดราคาหน้าโรงกลั่น มีวิธีการตั้งราคาสําหรับซื้อขาย 2 รูปแบบ

                                    – รูปแบบที่ 1 คือ การตั้งราคาสินค้าจากต้นทุนบวกกําไร (Cost Plus)

                                    – รูปแบบที่ 2 คือ การตั้งราคาสินค้าโดยใช้กลไกตลาดที่มีการแข่งขัน มีอุปสงค์และอุปทานของสินค้าเป็นตัวกําหนดราคากลาง

                          4. ตามนโยบายของรัฐ ธุรกิจโรงกลั่นในประเทศไทยอยู่ภายใต้การแข่งขันเสรี และไม่ได้แข่งขันเฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่ต้องแข่งขันกับราคานําเข้า เนื่องจากผู้ค้าน้ำมันสามารถเลือกที่จะซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นในประเทศหรือนําเข้าเองได้

                          5. กบง. เห็นว่า การกําหนดราคา ณ โรงกลั่นโดยใช้หลักการเสมอภาคกับการนําเข้า (Import Parity Basis) และใช้ตลาดประเทศสิงคโปร์ เป็นตลาดอ้างอิงการกําหนดราคาน้ำมันสําเร็จรูป เป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า

                          6. ราคาประเทศสิงคโปร์เป็นราคากลางของตลาดเอเชีย โดยมีประเทศสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการซื้อขายของภูมิภาค ทั้งส่งออกและนําเข้า โดยมีผู้ค้าน้ำมัน มากกว่า 300 ราย ทำให้ราคาตลาดประเทศสิงคโปร์จึงสะท้อนอุปสงค์และอุปทานน้ำมันที่แท้จริงของภูมิภาค

                          7. การพิจารณาความจําเป็นที่จะต้องนําเข้าน้ำมัน หรือเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ ต้องพิจารณาจากปริมาณการผลิตภายในประเทศเปรียบเทียบกับปริมาณความต้องการใช้ภายในประเทศ ซึ่งหากปริมาณการผลิตน้ำมันภายในประเทศไม่เพียงพอรองรับกับความต้องการ ประเทศไทยต้องมีการนําเข้าน้ำมันเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานและความมั่นคงทางพลังงาน

                          8. ประเทศไทยยังคงใช้การนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ร่วมกับน้ำมันที่ผลิตได้ภายในประเทศ เพื่อผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง จึงต้องมีค่าขนส่งและค่าประกันภัย

                          9. การกำหนดหลักเกณฑ์ โดยอ้างอิงราคาตลาดประเทศสิงคโปร์ บวกกับค่าขนส่งและค่าประกันภัย เป็นการกระทำที่มีเหตุผลสนับสนุน ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย หรือเอื้อประโยชน์ต่อเอกชน

                          10. การที่ กบง. กำหนดโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย

 

news 160866 01

***************************